พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ (Prikka Spicy Coffee) กาแฟเผ็ดนวัตกรรมของคนไทย โชว์ฟอร์มเจ๋ง สินค้าไทยตัวแรกที่ได้ขึ้นเวที Alibaba ถ่ายสดทั่วโลก

สุดฮือฮา ถือเป็นครั้งแรกที่ผลิตภัณฑ์ไทยได้ขึ้นเวทีของ Alibaba ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก จากงาน SIAL China 2018 ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นงานจัดแสดงอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ตอกย้ำกระแสAlibaba ยังแรงดีไม่มีตก ทั้งในรูปแบบของ B2B และ B2C โอกาสทองสำหรับสินค้าไทยสำหรับเปิดประตูสู่การค้าแดนมังกร

โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11-12 น. ตามเวลาในท้องถิ่นของมหานครเซี่ยงไฮ้ มีการเปิดตัวกาแฟนวัตกรรมของคนไทย พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ (Prikka Spicy Coffee) กาแฟเผ็ดสูตรแรกของโลกที่คิดค้นโดยเภสัชกรไทยสู่ตลาดแดนมังกร โดยมีผู้นำเข้าสนใจร่วมจัดงานเปิดตัวอย่างสมเกียรติ ถ่ายทอดสดผ่าน Channel ของ Alibaba สู่สายตาชาวโลก คาดว่าจะมีผู้ชมรายการนี้หลายล้านคน ผลิตภัณฑ์ Prikka Spicy Coffee ได้รับการอนุมัติอนุสิทธิบัตรแล้วถึง 2 ฉบับ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาถึง 10 ปี และยังได้รับการประกาศขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย เป็นเวลา 8 ปี (พศ.2560-2568) อีกทั้งได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมในงานประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญที่สุดของโลก The 46th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเดือนเมษายน 2561 ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยังได้เลือกให้พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ เป็น “ผลิตภัณฑ์เด่น” สำหรับงานวันนักประดิษฐ์ไทย ปี 2561 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ที่ไบเทค บางนา ได้รับเลือกเป็น “ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ (Premium Product) ปี 2561 จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก” อีกทั้งยังเคยได้รับการประชาสัมพันธ์โดยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา ผ่านรายการ “ศาสตร์แห่งพระราชาฯ” และท่านนายกฯกล่าวว่า “อยากให้คนไทยทุกคนได้ชิมกาแฟชนิดนี้ เพราะมีความเป็นไทยแท้ที่แฝงอยู่ในกาแฟชนิดนี้”
เภสัชกรหญิง ศศิมา อาจสงคราม เภสัชกรคนไทยผู้คิดค้นพัฒนาสูตรพริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ กาแฟเผ็ดสูตรแรกของโลก เปิดเผยว่า “รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้รับโอกาสนี้ วันที่ได้ขึ้นเวทีถ่ายทอดสดได้สวมใส่ชุดไทยศิวาลัย ซึ่งเป็นชุดประจำชาติไทย เวลาเดินไปไหนมีคนมาทัก สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ ทุกคนจำได้หมดว่านี่คือประเทศไทย นับว่าพริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ ประสบความสำเร็จอย่างมาก และพี่น้องชาวจีนที่ชื่นชอบอาหารไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงให้ความสนใจผลิตภัณฑ์นี้เป็นพิเศษ เชื่อว่า พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ จะสร้างความประทับใจให้กับการดื่มกาแฟที่ไม่ใช่เพียงได้รสชาติที่อร่อย แต่ยังให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร Hot Flavor , Warm Feeling ด้วยรสชาติที่แปลกใหม่จากพริกขี้หนูของไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ด้านอาหารการกินของประเทศไทย และยังมีคุณสมบัติ Thermogenic Effect ให้ความรู้สึกอุ่นร้อน ซึ่งเป็นความแปลกที่ลงตัวมากๆ เป็นประสบการณ์ใหม่ของการดื่มกาแฟเลยค่ะ ตอบโจทย์อาหารยุค Thailand 4.0 ของรัฐบาลนี้ ที่ให้ผู้ประกอบการคิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน และอาหารนั้นต้องไม่ใช่แค่รสชาติที่อร่อยอย่างเดียว แต่ต้องดีต่อสุขภาพด้วย”

“เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ต้องไปด้วยกันกับเรื่องสุขภาพ เราคงต้องกินอาหารให้เป็นยา ไม่ใช่กินยาเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารที่เราคิดค้นขึ้นมาจึงต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนี้คือต้องทั้ง Healthy และ Tasty แล้วเราต้องแฝงความแตกต่าง สร้างนวัตกรรมขึ้นมา เพราะถ้าเรายังคงมุ่งทำแต่ Me Too Product เราก็จะไม่มีทางเป็นเจ้าแรก เราก็จะยังว่ายอยู่ใน Red Ocean เราต้องมองหาสิ่งใหม่ๆ ยิ่งประเทศไทยเราเป็น Food Innovation Hub ของภูมิภาค เรามีทรัพยากรด้านอาหารมากมาย พ่อแม่บรรพบุรุษเรา สร้างสรรค์วัตถุดิบและรสชาติอาหารไทยที่โด่งดังติดอันดับโลก คนไทยทำได้ค่ะ แต่เราต้องใช้เวลาคิดสร้างสรรค์มันขึ้นมา แต่ถ้าเรายัง no idea หรือยังอยากจะได้รับความช่วยเหลือ หรือเพิ่มเติมความรู้ประสบการณ์ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่ตอนนี้ ภาครัฐมีหลายหน่วยงานที่คอยช่วยสนับสนุนส่งเสริม และพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำ อย่างพริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่ ของเรา ที่ผ่านมาเราได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน เช่น โครงการบัญชีนวัตกรรมไทย โดย สวทช. และสำนักงบประมาณ , งานวันนักประดิษฐ์ไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) , งาน THAIFEX 2018 โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) เป็นต้น ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐบาล และหน่วยงานเหล่านี้ที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ นอกจากนี้ในการหาความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมอาหาร ยังมีโครงการดีๆ ที่ตอนนี้ดิฉันเองก็เข้าไปเป็นนักเรียน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากร อาจารย์ และเพื่อนๆ ผู้ประกอบการด้วยกันในโครงการ PADTHAI by Food Innopolis ซึ่งเป็นโครงการที่ สวทน. ร่วมมือกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเพื่อเป็น Accelerator ให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหาร ซึ่งเป็นโครงการที่ยอดเยี่ยมมาก จริงๆค่ะ”

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์