ลูกสาวแทบช็อกเงยหน้า เจอศพพ่อช่างปั้นดับคาองค์พระ

ช่างปั้นพระฝีมือดีดับคาองค์พระสูงกว่า 18 เมตร หลังทำงานติดลายปูนปั้นแล้วช็อกหมดสติแต่ไม่มีใครรู้ ผ่านไปเกือบหนึ่งวัน ลูกสาวร้อนใจตามหาจนเจอร่างไร้วิญญาณพ่อ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ร.ต.อ.รุ่ง ปัญญา รองสว.(สอบสวน) สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่บนองค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างภายในวัดบันได ต.บางระกำ

จึงพร้อมด้วยสมาคมอยุธยารวมใจ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณด้านข้างของวัดติดกับแม่น้ำป่าสัก ห่างจากวัดประมาณ 500 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องขนาดความสูง 18 เมตร กว้าง 14 เมตร มีการตั้งนั่งร้านรอบองค์พระ ด้านหลังองค์พระบริเวณช่วงเหนือตักองค์พระความสูง 7 เมตร พบศพนายลาภวัต สัญญะเขตต์ อายุ 53 ปี เป็นผู้รับเหมา และช่างลายปูนปั้น สภาพศพนั่งหงายหลังพิงกับนั่งร้าน สวมเสื้อ นุ่งกางเกงสีขาว สวมหมวกสีน้ำตาลที่บริเวณเอวมีสายเซฟตี้ติดอยู่ ศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 วัน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดวังในการเคลื่อนย้ายศพจากด้านบนลงมาชันสูตรด้านล่างเป็นไปด้วยความยากลำบาก ตรวจสอบเพิงพักด้านล่างข้างองค์พระ พบข้าวของเครื่องใช้ และรถยนต์เก๋ง ฮฮนด้าซีอาร์วี สีแดง ทะเบียน ภฉ-4099 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายจอดอยู่ในสภาพปกติ

พระสมุห์วันชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบันได กล่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้เหมือนพระประธานของวัดหน้าพระเมรุชิการาม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสวยงามใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี ซึ่งทางวัดได้ว่าจ้างผู้ตายในการก่อสร้างเป็นช่างที่ฝีมือดี ปกติจะมีช่างมาทำงานประมาณ 4-5 คน พักอาศัยอยู่บริเวณนี้ ในช่วงนี้เป็นช่วงของการติดลายปูนปั้นขององค์พระ ผู้ตายได้ทำงานเพียงคนเดียว จะเดินมาดูงานพูดคุยกันทุกวัน จากนั้นทราบจากน.ส.สาลิตา สัญญะเขตต์ ลูกสาวผู้ตายได้พยายามโทรพูดคุยกับผู้ตายครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 20 ก.ย. จากนั้นติดต่ออีกไม่ได้ จึงรีบเดินทางมาพบว่าเสียชีวิตอยู่บนนั่งร้านแล้ว ทราบว่ามีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค

สอบสวน น.ส.สาลิตา ลูกสาวผู้ตาย ทราบว่า บิดาของตนเดินทางมาร่วมก่อสร้างพระพุทธรูปของวัดบันได เป็นเวลา 2 ปีเเล้ว ปกติจะติดต่อกับตนอยู่เป็นประจำ เเต่เมื่อเวลา 15.00น. ของวันที่ 20 ก.ย. ตนเองไม่สามารถติดต่อกับบิดาได้ ซึ่งปกติถ้าวันไหนติตต่อกันไม่ได้ ช่วงเช้าของอีกวันบิดาจะติดต่อกลับมาเอง เเต่มาวันนี้บิดาก็ยังไม่โทรกลับมา จึงตัดสินใจเดินทางจากกรุงเทพฯเพื่อมาตรวจสอบที่วัด เมื่อมาถึงก็เข้าไปดูที่ห้องนอนแต่ไม่เจอ พบเพียงแต่รถยนต์ของบิดาจอดอยู่ข้างองค์พระประธาน จึงเงยหน้าขึ้นสำรวจที่องค์พระก็ต้องตกใจอย่างมากพบร่างบิดานอนอยู่บนนั่งร้าน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ จนมาทราบว่าเสียชีวิตเเล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะขึ้นไปทำงานแล้วด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้ผู้ตายเกิดเป็นลมช็อกหมดสติเสียชีวิต ซึ่งจะต้องส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี  เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews