เด็กใต้เสี่ยงป่วย“จิตเวช”สูง

ผลการสำรวจปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มประชาชนอายุ18ปีขึ้นไป ที่อยู่ใน จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในปี2559พบมีอัตราป่วยเป็นโรคทางจิตเวชร้อยละ 3.4 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่สำรวจในปี2556 อยู่ที่ร้อยละ3.2เข้าถึงบริการยังค่อนข้างน้อย นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่

พร้อมด้วยนายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตและคณะ ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์สุขภาพจิตที่12 จังหวัดปัตตานี และ โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ จ.สงขลา ในการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชและส่งเสริมสุขภาพจิตแก่ประชาชนในเขตสุขภาพที่12ประจำปีงบประมาณ2560 ประกอบด้วย7จังหวัดได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล พัทลุง และตรัง ว่า เขตสุขภาพที่12เป็นเขตที่กรมฯจัดบริการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่มานานกว่า10ปี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
ผลการสำรวจปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มประชาชนอายุ18ปีขึ้นไป ที่อยู่ใน จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในปี2559พบมีอัตราป่วยเป็นโรคทางจิตเวชร้อยละ 3.4 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่สำรวจในปี2556 อยู่ที่ร้อยละ3.2เข้าถึงบริการยังค่อนข้างน้อย ซึ่งกรมฯได้พัฒนาสถานพยาบาลในพื้นที่ คือ โรงพยาบาลชุมชน และอบรมพยาบาลจิตเวชหลักสูตร4เดือน และ2สัปดาห์ เป็นเครือข่ายบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับการรักษา สามารถอยู่ในชุมชนได้โดยไม่ต้องล่ามโซ่ตรวนเช่นในอดีต โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง ซับซ้อน ทั้ง7จังหวัด ขณะนี้อยู่ในความดูแลของจิตแพทย์เชี่ยวชาญรพ.จิตเวชสงขลาฯเพิ่มขึ้นจาก481คนในปี2558เป็น750คนในปี2560
อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาสุขภาพจิตที่น่าห่วงที่สุดคือ โรคพีทีเอสดี หรือที่เรียกว่าโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post Traumatic Stress Disorder: PTSD)ซึ่งจะมีภาพหลอกหลอนผุดซ้ำขึ้นมา นอนไม่หลับ คุกคามการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ผลสำรวจในปี2557พบว่าเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้มีอัตราเกิดโรคพีทีเอสดี สูงถึงร้อยละ2.6สูงกว่าพื้นที่ทั่วไปที่พบประมาณร้อยละ0.5หรือสูงกว่าประมาณ5เท่าตัว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth