แม่ร้องรพ.’ลูกตับวายดับ’ กังขาการรักษาทำไมตาย

“แม่เลี้ยงเดี่ยว” ร้องโรงพยาบาลดังขอความเป็นธรรม วินิจฉัยลูกป่วยตับวายดับ จับพิรุธกังขาวิธีรักษา สุดเสียใจเผา 1 เม.ย.นี้ ตัดพ้อทำได้แค่ส่งลูกขึ้นสวรรค์ กรณีโลกออนไลน์ แชร์เรื่องราวสุดเศร้า หลังความสูญเสียเกิดขึ้นกับคุณแม่วัยสาวท่านหนึ่ง เธอโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เล่าเหตุการณ์เป็นอุทาหรณ์ ลูกสาววัย 6 ขวบ ป่วยด้วยโรคตับวายจนเสียชีวิต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 29 มี.ค. สอบถามไปยัง น.ส.วิลาวรรณ ดอนหาเทา อายุ 25 ปี คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว กล่าวให้ฟังว่า หนึ่งชีวิตต้องมาแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะความสะเพร่า ตนขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว เดิมทีน้องเป็นเด็กร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส เรียนดีเป็นนักร้องของโรงเรียน โดย 2 วันก่อนหน้ามีอาการตัวซีดและตาเหลือง กระทั่งวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา น้องมีไข้พร้อมปวดท้อง จึงรีบไปหาหมอ และถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.มหาสารคาม ตลอดระยะเวลาหมอรักษาด้วยการฉีดยาแก้ปวด เบื้องต้นแจ้งว่า “ตับอักเสบ” แต่อาการเริ่มแย่ลงเห็นได้ชัด จึงขอย้ายโรงพยาบาลไปที่ขอนแก่น แต่โรงพยาบาลเดิมแจ้งว่าประสานแล้ว แต่เรื่องก็เงียบเหมือนเดิม ให้รักษาที่นี้ไปก่อน แล้วจะให้ลูกตนอาการโคม่าแบบนี้หรืออย่างไร หมอแจ้งว่าทางโรงพยาบาลที่ขอนแก่น เปลี่ยนตัวยาที่ดีขึ้นส่งมาให้แทน แต่อาการยังทรุดเรื่อยๆ ดิ้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ซึ่งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเดิมได้รีเฟอร์คนไข้ไปอีกโรงพยาบาล เพื่อจะฉายแสง แต่เหตุไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น ระหว่างทางหมอแจ้งว่า “เครื่องฉายแสงพัง” ต้องพาน้องกลับ ตนสงสัยว่าสรุปแล้วไม่เตรียมการ หรือวางแนวทางรักษาเลยหรอ ในวันถัดมาจึงได้รีเฟอร์ไปโรงพยาบาลที่ขอนแก่น

“ประมาณ 2 ทุ่ม น้องบ่นปวดท้อง อาเจียนเป็นเลือดช่วงตี 5 เลือดไหลออกมาไม่หยุด และหมดสติไปในทันใด หัวอกคนเป็นแม่เห็นลูกดิ้นทรมานด้วยความเจ็บปวด หมอแจ้งว่าน้องเสียเลือดไปมาก พร้อมกับผลเอกซเรย์สมองบวมเลือดคั่ง หนูก็ไม่เข้าใจภาษาทางแพทย์ หนูไม่ได้เรียนหมอมา ถ้าเรียนมาหนูคงไม่ปล่อยให้หมอฉีดยาแก้ปวด และยาฆ่าเชื้ออยู่เป็นเดือนแบบนี้ และวันที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เช้าวันที่ 26 มี.ค. น้องโคม่าไม่รับรู้ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หมอใส่ท่อช่วยหายใจแล้วเข้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ขอนแก่น เกิดคำถามขึ้นเต็มหัวหนู วันนี้เตียงไม่เต็มแล้วเหรอ แล้วทำไมก่อนหน้านี้เป็นเดือนบอกส่งตัวไปยังไม่ได้” สาวรายนี้ ระบุ

คุณแม่วัยสาวรายนี้ เผยต่ออีกว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลขอนแก่น หมอเจาะขยายเส้นเลือดใหญ่ที่สะโพกขวา แต่ทำเข็มหัก ต้องผ่าตัดเอาเข็มออก การผ่าตัดที่ไม่เกี่ยวกับโรค ความผิดพลาดของใคร หลังจากนั้น 2 วัน แพทย์แจ้งว่า “ให้ทุกคนทำใจ” เด็กป่วยโรคตับวาย โอกาสรอดแค่ 20% ช็อกกับข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลา ครอบครัวตนไม่ได้มีเงินมากพอไปโรงพยาบาลเอกชน ตนจึงทำได้เพียงเท่านี้ อยากถามกลับว่า เข้าใจว่าเด็กอยู่ในภาวะที่ร่างกายอ่อนแรง “โคม่า” การเคลื่อนย้ายยิ่งจะทำให้ทรุดและแย่ลงไปมาก ทำไมไม่ย้ายขณะที่ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองดี ส่วนการรีเฟอร์รอบแรก เครื่องฉายแสงพัง ทำไมไม่ประสานกันล่วงหน้าก่อนเคลื่อนย้ายคนไข้ และที่สำคัญวันที่น้องแทบจะสิ้นลมแล้วถึงย้ายได้ เตียงว่างพอดีเลย หรือเพราะความบังเอิญใช่หรือไม่ สุดท้ายถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของหมอ คุณจะรู้สึกอย่างไรกับแนวทางการรักษาโรคเช่นนี้

“ทางโรงพยาบาลได้โทรมาถามว่า สงสัยอะไรอีกไหม หลังจากที่เขาเห็นโพสต์ ตอนนี้ยังไม่ได้มีการเยียวยาอะไร แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์ ไม่มีอะไรเสียใจเท่านี้อีกแล้ว หมอบอกว่ายื้ออยู่ได้แค่ถึงเช้า ทนเห็นลูกตายที่โรงพยาบาลไม่ได้ ก็เลยขอพาลูกกลับมาตายที่บ้าน ตั้งศพเมื่อตืนตี 2 ศพน้องจะเผาวันอาทิตย์นี้ (1 เม.ย) อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ใครจะมาร่วมเผาศพน้อง หรือร่วมทำบุญด้วยกันมาได้นะค่ะ ขอความเป็นธรรม คืออยากให้เป็นอุทาหรณ์ของคุณแม่ทุกคน จะได้ไม่มานั่งเสียใจเหมือนหนู ไปสบายนะลูกสาวแม่ ขอให้เดินทางไปเป็นนางฟ้าน้อยอยู่บนสวรรค์” สาวรายนี้ กล่าวทิ้งท้าย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews